บทความทางวิชาการ
“ ตำนานแห่งล้านนา ภูมิปัญญาเหมืองกุง ”
ความเป็นมาภูมิปัญญาเหมืองกุง
หากจะเปรียบภูมิปัญญาท้องถิ่นของเหล่าบรรพชนคนเมือง (ล้านนา) คงเทียบได้กับเส้นเลือดใหญ่ เสมือนคลังภูมิปัญญาที่สำคัญของชีวิตทุกชีวิตที่จะหล่อเลี้ยง ต่อยอดลมหายใจให้ชีวิตที่เหลืออยู่ ยืนหยัด ได้ในวิถีทางสายวัฒนธรรม หัตถกรรมพื้นบ้านล้านนา ส่งเสริมภูมิปัญญาของชาติพันธุ์ คนไทยถิ่นเหนืออย่างสมศักดิ์ศรี หากใครเดินทางผ่านเส้นทางสาย เชียงใหม่ – หางดง ซึ่งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดเชียงใหม่ ประมาณ 10 กิโลเมตร คงจะได้เห็นสุดยอดความยิ่งใหญ่ ภูมิปัญญาล้านนา อลังการงานสร้างของ คนโทยักษ์ หรือ น้ำต้น เป็นฝีมือของลูกหลานชาวหางดงโดยแท้
คนโทยักษ์ หรือ น้ำต้น สร้างขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านเหมืองกุง วัดความสูงได้ประมาณ 18 เมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 8 เมตร 85 เซนติเมตร สร้างขึ้นมานาน 6 ปีแล้ว โดยได้รับการสนับสนุนเงินงบประมาณจากสำนักพัฒนาชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจัดเป็นศูนย์โครงการหมู่บ้านหัตถกรรมเพื่อการท่องเที่ยว หมู่บ้านหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ของจังหวัดเชียงใหม่
ชาวบ้านผู้เฒ่า ผู้แก่ เล่าขานด้านประวัติเก่าแก่ ของหมู่บ้านเหมืองกุง สืบกันมาว่า “น้ำต้น” หรือ ภาษากลางมักจะเรียกว่า “คนโท” นั้น ถือเป็นงานศิลปหัตถกรรมที่เกี่ยวข้องอยู่กับวิถีชีวิตของชาวล้านนาเป็นอย่างมาก โดยมีน้ำต้นเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของชาวล้านนา น้ำต้นนอกจากจะใช้เป็นภาชนะบรรจุน้ำดื่มแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งของภาชนะใส่ดอกไม้ในแท่นบูชาในพิธีกรรมทางศาสนา ตลอดจนเป็นเครื่องประกอบยศของเจ้านายชั้นสูงอีกด้วย บรรพบุรุษบ้านเหมืองกุงเป็นชาวเงี้ยว ที่ถูกกวาดต้อนและอพยพมาจากเมืองปุ และเมืองสาดในเขตรัฐฉานของพม่า โดยเฉพาะชาวบ้านเหมืองกุงนั้นระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ถูกกวาดต้อนมาในช่วงสมัยของพระเจ้ากาวิโรรส สุริยวงค์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 6 ระหว่างปี พ.ศ. 2399 – 2413 และสมัยหลังสุดในสมัยของพระยาพุทธวงศ์ จากหลักฐานเอกสารที่พบในช่วงเวลาของการฟื้นฟูล้านนา ผลิตภัณฑ์น้ำต้น ไม่ใช่เป็นข้าวของเครื่องใช้ใหม่ที่เพิ่งเข้ามาสู่ล้านนาพร้อม ๆ กับชาวเงี้ยว แต่เรื่องราวของน้ำต้นนั้นหากได้มีการศึกษาพัฒนาการความเป็นมา และรายละเอียดรูปทรงแล้ว นับว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะน้ำต้นเองจัดได้ว่าเป็น “งานศิลปหัตถกรรม” ที่มีลวดลายและรูปทรงสวยงามสะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี
กระบวนการผลิตเครื่องปั้นดินเผาจากอดีตสู่ปัจจุบัน
เมื่อชาวบ้านเหมืองกุงได้รับการถ่ายทอดงานศิลปหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผา จากชาวเงี้ยว จากรุ่นสู่รุ่น สืบสานหัตถกรรมเป็นอาชีพ หลังจากทำนาเสร็จชาวบ้านก็จะปั้นน้ำต้น น้ำหม้อ ไว้เพื่อใช้ในครัวเรือนและขายเป็นอาชีพเสริม ต่อมารายได้ที่เคยได้ ก็ไม่ได้ทำให้ชุมชนมีฐานะดีขึ้น เนื่องจากมีเทคโนโลยีที่ทำให้ภาชนะใส่น้ำดื่มเปลี่ยนไป การผลิตน้ำต้น และน้ำหม้อ ในปัจจุบันก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ต้องเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้วยการนำศิลปะมาประยุกต์ใช้ รวมถึงเพิ่มกรรมวิธีในการผลิต ตลอดจนชุมชนต้องช่วยกันคิดพัฒนารูปแบบอื่นที่ตลาดสนใจขายให้ได้เงินเพื่อเลี้ยงตนเอง และครอบครัว
กระบวนการผลิต เครื่องปั้นดินเผาบ้านเหมืองกุง จากอดีตสู่ปัจจุบัน เมื่อเปรียบเทียบกับในอดีตพบว่า กระบวนการผลิตจะมีขั้นตอนคล้าย ๆ กัน คือ การเตรียมดิน การขึ้นรูป การตกแต่ง การผึ่ง การเผา แต่สิ่งที่แตกต่างกัน ในกระบวนการผลิต คือวัสดุ อุปกรณ์ ที่นำมาใช้ในการผลิต บางขั้นตอน มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการผลิต อาทิ แหล่งวัตถุดิบ ที่ใช้ในการผลิตเครื่องปั้นดินเผา ในอดีตจะเป็นดินจากกลางทุ่งนาไม่ต้องซื้อ แต่ปัจจุบันผู้ผลิตต้องซื้อดินจากอำเภอสันป่าตอง และจอมทอง การเตรียมดินในอดีตใช้ครกกระเดื่องเพื่อบดดินให้ละเอียดเป็นผง และนวดดินด้วยมือ สำหรับปัจจุบันใช้เครื่องจักรในการช่วยย่อยสลายดิน การขึ้นรูป ช่างปั้นในอดีตจะทำการขึ้นรูปด้วยมือ โดยใช้แป้นมือหมุนหรือชาวบ้านเรียกว่า “จ่าก” สำหรับปัจจุบัน จะขึ้นรูปด้วยมือแต่ใช้แป้นหมุนไฟฟ้า ที่ชาวบ้านดัดแปลงมาจากแกนล้อรถจักรยานยนต์ โดยใส่มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวต้นกำลังในการขับเคลื่อนให้แป้นหมุนนั้นหมุน เพื่อสะดวกในการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ การตกแต่งในอดีตจะไม่มีการเคลือบสีของผลิตภัณฑ์ เป็นสีธรรมชาติ ในปัจจุบันมีการตกแต่ง และการขัดมัน สำหรับชาวบ้านเหมืองกุง จะตกแต่งผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาโดยใช้ดินสีแดงจากอำเภอดอยสะเก็ด เคลือบผลิตภัณฑ์ก่อน จากนั้นจึงใช้น้ำมันโซล่า ทาทับบริเวณผิวผลิตภัณฑ์อีกครั้ง เพื่อจะได้ผิวผลิตภัณฑ์ที่มีสีแดง และมีความมัน หลังจากนั้นจึงใช้ก้อนหินผิวเรียบขัดผิวผลิตภัณฑ์ให้เป็นมัน ก่อนจะนำไปผึ่งให้แห้งและเผาต่อไป การผึ่งในอดีตและปัจจุบันไม่มีความแตกต่างกัน โดยจะผึ่งไว้ในที่ร่ม ควบคุมอุณหภูมิให้พอเหมาะ สลับกับนำผลิตภัณฑ์ไปผึ่งแดดเพื่อให้แห้งเร็วขึ้น กระบวนการผลิตขั้นตอนสุดท้าย คือ การเผา ในอดีตและปัจจุบันไม่มีความแตกต่างกัน จะเผาโดยใช้เตาเผาที่ก่อขึ้นเอง โดยใช้อิฐมอญและใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิงในการเผา
สาเหตุการเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต
สาเหตุการเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต เครื่องปั้นดินเผาบ้านเหมืองกุง ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีการพัฒนากระบวนการผลิตจากปัจจัยและสาเหตุสำคัญ ซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงในการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และมีการใช้เทคโนโลยีการผลิตเครื่องปั้นดินเผาบ้านเหมืองกุง คือ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น ความต้องการของผู้บริโภค ตลาดรับซื้อสินค้าศิลปหัตถกรรม และนโยบายของภาครัฐ ในการสนับสนุนโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ชุมชนคิดค้นสินค้าจากท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ ที่สามารถพัฒนาคุณภาพให้ตรงกับความต้องการของตลาดและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ทำให้ผู้ผลิตสมัยปัจจุบันนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ในการผลิต และมีการปรับปรุงรูปแบบของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค การเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กระบวนการผลิตเครื่องปั้นดินเผาบ้านเหมืองกุงเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากความเจริญเข้าสู่สังคมหมู่บ้านเหมืองกุงเพิ่มขึ้น จึงเกิดผลกระทบต่อวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น ดินที่ใช้ปั้น ฟืนที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการเผาผลิตภัณฑ์ เป็นสาเหตุให้ผู้ประกอบการต้องซื้อมาจากแหล่งอื่น และการเปลี่ยนแปลงด้านการเมือง ของรัฐบาลที่กระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้า โดยการผลักดัน โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ และกองทุนหมู่บ้าน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน ได้เข้าถึงแหล่งทุนใหม่ที่จะนำไปสู่การสร้างรายได้เพื่อผลิตสินค้า จากการเข้าร่วมโครงการดังกล่าวนี้ ทำให้ชื่อเสียงของเครื่องปั้นดินเผาบ้านเหมืองกุง เป็นที่รู้จัก จนมีผู้มาเที่ยวชมและซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น
ด้วยเหตุผลนี้เองจึงเป็นเหตุให้ชาวบ้านเหมืองกุง หันมาผลิตเครื่องปั้นดินเผาเพิ่มมากขึ้น จึงนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต เครื่องปั้นดินเผาบ้านเหมืองกุง ซึ่งมีกรรมวิธีที่ทันสมัย จัดตั้งโรงงานผลิตและนำเครื่องจักรมาใช้ทุ่นแรงการผลิต เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิต จากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการใช้ภูมิปัญญาและมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วน ในการผลิตเครื่องปั้นดินเผาบ้านเหมืองกุง ซึ่งผู้ผลิตบางคนหรือบางกลุ่ม ผลิตเครื่องปั้นดินเผา โดยคำนึงถึงแต่ผลประโยชน์แต่ไม่คำนึงถึงความยั่งยืนของภูมิปัญญาท้องถิ่น
การอนุรักษ์ภูมิปัญญาการทำเครื่องปั้นดินเผาบ้านเหมืองกุง มิให้สูญหาย
อิทธิพลที่เหนือจรรยาบรรณ ของภูมิปัญญาท้องถิ่นล้านนา ที่เกิดขึ้น “เสมือนแขกที่ไม่ได้รับเชิญ” ในข่วงผญาการทำเครื่องปั้นดินเผาบ้านเหมืองกุง ดั่งมนต์ดำที่แฝงอยู่ในเงามืดที่คอยทำลายวัฒนธรรม วิถีชีวิต หากลูกหลานล้านนา ช่วยกันสืบสาน เชื่อมโยงความต้องการของสมัยใหม่ แต่ยังคงความยิ่งใหญ่อลังการของภูมิปัญญา ของผู้เฒ่า ผู้แก่ บรรพชน จากชาวเงี้ยว สู่ลูกหลานล้านนาไทย ที่เสมือนบ้านพี่เมืองน้อง โดยการอนุรักษ์ปลุกจิตสำนึกให้คนท้องถิ่นตระหนักถึงคุณค่าแก่นสาระและความสำคัญในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมสนับสนุน การจัดกิจกรรมตามประเพณีวัฒนธรรมต่าง ๆ ฟื้นฟู เลือกสรร ภูมิปัญญาที่กำลังสูญหายหรือสูญหายไปแล้ว มาทำให้มีคุณค่าและความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตในท้องถิ่น พัฒนา ริเริ่ม สร้างสรรค์ และปรับปรุงภูมิปัญญาให้เหมาะสมกับยุคสมัยและเกิดประโยชน์ในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยใช้ภูมิปัญญา เป็นพื้นฐานในการรวมกลุ่มการพัฒนาอาชีพ ต่อยอดด้วย การผลิต การตลาด และการบริหาร ด้วยการนำความรู้ ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ตลอดจนการป้องกันและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การถ่ายทอด และส่งเสริมกิจกรรม การเผยแพร่แลกเปลี่ยน ภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้วยสื่อต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง และการเสริมสร้างปราชญ์ท้องถิ่น โดยการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของชาวบ้านเหมืองกุง ผู้ดำเนินงานให้มีโอกาส มีเวที แสดงศักยภาพด้านภูมิปัญญา ความรู้ ความสามารถอย่างเต็มที่ มีการยกย่องประกาศเกียรติคุณในลักษณะต่าง ๆ
เชื่อแน่ว่า เส้นทางสายวัฒนธรรมจะไม่มีวันตาย หากลูกหลานล้านนาและคนทั่วไปหันมาสนใจ ใส่ใจ ห่วงใย ที่จะบ่มเพาะศิลปหัตถกรรมบ้านเหมืองกุง ไว้ตราบชั่วลูกหลาน ประกาศความยิ่งใหญ่อย่างรู้คุณค่า ภูมิปัญญาคนเมือง ประดุจความแข็งแรงยิ่งใหญ่ที่เด่นตระหง่าน ของคนโทยักษ์ หรือน้ำต้น ศิลปหัตถกรรมบ้านเหมืองกุง ดังบทประพันธ์ของลูกข้าวนึ่งลูกหลานชาวหางดง คุณครูอำนวย ใจเกรียงไกร ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนหางดง รัฐราษฎร์อุปถัมภ์ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ว่า ......
“คือศักดิ์ศรีศาสตร์ศิลป์ของถิ่นฐาน
ภูมิปัญญาพื้นบ้านแต่กาลก่อน
เป็นเชิงปราชญ์ชาติพันธุ์ไม่สั่นคลอน
ภาพสะท้อนให้เห็นความเป็นมา”
เอกสารอ้างอิง
กองบรรณาธิการนิตยสาร LIVE . (2554). “คนโทยักษ์.” นิตยสาร LIVE . 73
(26 เมษายน – 9 พฤษภาคม 2554) : 20
ประวิทย์ ตันตลานุกุล และคณะ. (2551). ตำนานรักรันทด ขุนหลวงวิลังคะ
รักอมตะพระลอ. เชียงใหม่ มูลนิธิพระบรมธาตุดอยสุเทพ.
หจก. เชียงใหม่โรงพิมพ์แสงศิลป์.
สถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรม. (2553). ข่วงผญา : รวมบทความ
ทางล้านนาคดี. มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่.
บ้านเหมืองกุง อนุรักษ์วัฒนธรรม ค้ำจุนวิถีชีวิต. (2554). [ระบบออนไลน์].
แหล่งที่มา http//:muangkung.moobanthai.com
(16 เมษายน 2554).
ช่างปั้นหม้อ – คนโทยักษ์ “บ้านเหมืองกุง ดีไซน์จากรากหญ้า". (2554).
(16 เมษายน 2554).


อ่านแล้วเพลินจังค่ะ ภาษาที่เขียนใช้ภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย เหมือนลักษณะเรื่องเล่าต่ะ ขอบคุณมาก ๆ สำหรับข้อมูลดี ๆ ค่ะ
ตอบลบถ้ามีรูปน้ำต้น กะน้ำหม้อมาแสดงด้วย จะเด่นเลย ครับ
ตอบลบขอบคุณมาก ๆ นะคะ...สำหรับความคิดเห็น
ตอบลบความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบทำไม่คอมเมนผมหาย นี้ วางโครงเรื่องดีน่าสนใจดีพี่น้อง มีภาพประกอบด้วย
ตอบลบลืมถามไป เพาะบ่ม กับ บ่มเพาะ เหมือนกันหรือเปล่า
ตอบลบอ่านๆดูนึกว่าคนเขียนพาเราไปนั่งปั้นเลยนะเนี่ย เข้าถึงแก่นจริงๆคร้าพี่สาวคนสวย :)
ตอบลบบทความนี้อ่านแล้วทำให้เราเห็นความสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ควรอนุรักษ์ไว้เป็นบทความที่ดีให้ความรู้กับผู้อ่านมาก
ตอบลบโอเคค่ะ ขึ้นต้นกับลงท้ายได้น่าสนใจ
ตอบลบอ.สุรางคนา
บทความนี้อ่านกี่รอบก็ไม่เบื่อนะ เขียนเก่งมาก ทำให้อยากมีนำต้นไว้ในบ้าน เพราะเป็นคนเมืองล้านนา จะอนุรักษ์ไว้เจ้า
ตอบลบบทความนี้อ่านแล้วทำให้เรานึกถึงภูมิปัญญาของล้านนาเรา เราควรสอนลูกสอนหลานให้ช่วยกัน
ตอบลบอนุรักษ์สืบไป บทความของน้องทำได้ดีมากเลยนะขอชมๆ